เปิดประตูอภิมหาโครงการเมืองไอคอนสยาม สะกดทุกสายตาโลก ร่วมภาคภูมิใจในศักยภาพคนไทย ณ เมืองแห่งความรุ่งโรจน์ ที่ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดของไทยบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก

เปิดประตูอภิมหาโครงการเมืองไอคอนสยาม สะกดทุกสายตาโลก

ร่วมภาคภูมิใจในศักยภาพคนไทย ณ เมืองแห่งความรุ่งโรจน์

                                    ที่ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดของไทยบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก                   

        

                 

วันนี้ ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต มูลค่า 54,000 ล้านบาท เปิดประตูอภิมหาโครงการเมืองสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งประกอบไปด้วยอาณาจักรศูนย์การค้าแห่งยุค 2 อาคาร คอนโดมิเนียมหรูสุดสง่างาม 2 อาคาร และ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม จารึกเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยพลิกโฉมการพัฒนาโครงการที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ยิ่งใหญ่ ด้วยคอนเซ็ปต์ “Creating Shared Value” หรือการสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย และ “Co-Creation” หรือการร่วมกันรังสรรค์ อย่างเป็นรูปธรรม เต็มรูปแบบ ซึ่งเกิดขึ้นจริงแล้วในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก และจะเป็นโครงการที่ “สิ่งที่ดีที่สุดของไทยมาบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก” โดยจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการรวมพลังหัวใจไทยและผู้มีฝีมือระดับโลกมาร่วมกันสร้างปรากฏการณ์บนแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสะกดทุกสายตาโลก

นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามคือ ‘เดสติเนชั่น’ ที่เกิดจากการรวมพลังความคิดสร้างสรรค์ระดับชาติครั้งยิ่งใหญ่ จากหัวใจคนไทยหลายภาคส่วนผู้มีความรู้ความสามารถจากชุมชนทั่วประเทศ ภาคธุรกิจ ภาคราชการ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ จากหลายประเทศที่รักเมืองไทยรวมแล้วเป็นทีมผู้ร่วมสร้างสรรค์กว่า 1,000 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีความปรารถนาที่จะช่วยกันสร้างสัญลักษณ์ใหม่ให้เป็นตัวแทนจินตนาการแห่งยุค เสริมสร้างให้คนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทย และช่วยกันสืบทอดความงดงามของความเป็นไทยสู่ชนรุ่นหลัง อีกทั้งให้คนทั่วโลกที่มาเยือนรู้สึกหลงรักและประทับใจประเทศไทยมากยิ่งขึ้น”

นางชฎาทิพ กล่าวว่า “ไอคอนสยามถูกรังสรรค์ขึ้นจากปณิธานที่ต้องการเชิดชูเรื่องราวอันมีคุณค่าและเป็นความภาคภูมิใจจากทุกมิติของความเป็นไทยที่มีอยู่ในชาติ นำเสนอในรูปแบบวิจิตรล้ำสมัย ซึ่งการเชิดชูอัตลักษณ์ไทยไม่เพียงสะท้อนออกมาที่การผนึกกำลังกับศิลปินของไทยและผู้มีฝีมือจากทั่วโลกสร้างสรรค์องค์ประกอบต่างๆ ของไอคอนสยามเท่านั้น แต่อีกสิ่งหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนไทยและถือเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ก็คือการที่ผู้ประกอบการร้านค้าเหล่าแฟชั่นแบรนด์และลักชัวรี่แบรนด์ชื่อดังระดับโลกมีความเชื่อมั่น และมองเห็นคุณค่าความดีงามของความเป็นไทย จึงได้เข้าร่วมผนึกกำลังกับไอคอนสยาม ด้วยการคิดนอกกรอบและทำงานร่วมกับศิลปินไทยสร้างสรรค์ผลงานมาสเตอร์พีซที่จะเชิดชูอัตลักษณ์ไทยอย่างสง่างามภายในร้าน ทั้งการนำผ้าไหมไทย หรือวัสดุไทยต่างๆ มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานหรือตกแต่งร้าน นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก”

“ไอคอนสยาม คือเมืองที่เป็นศูนย์รวมของความมหัศจรรย์อันหลากหลาย ทั้งศิลปะและวัฒนธรรม ผสมผสานรวมอยู่กับที่สุดของการช้อปปิ้งและความบันเทิง โดยการผนึกกำลังพันธมิตรองค์กรธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กทุกขนาดและหลากหลายรูปแบบธุรกิจ รวมไปถึงผู้คนจำนวนมากจากนานาสาขาอาชีพที่มีความปรารถนาจะสร้างสถานที่ที่บอกเล่าหลากหลายเรื่องราวของความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ผสมกับสิ่งที่ดีในมิติต่างๆ จากทุกมุมโลก รวมพลังสร้างสรรค์สัญลักษณ์ใหม่ที่จะกลายเป็นมหาปรากฏการณ์ที่ประสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย แผ่กระจายความรุ่งเรืองไปทั่วทั้งในระดับชุมชน สังคม และประเทศ ซึ่งเป็นแนวคิดการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ซึ่งไอคอนสยามได้ทำให้เกิดขึ้นจริงแล้ว และในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ใดมาก่อนในโลก” นางชฎาทิพ กล่าว

ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงการใช้แนวคิดการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน คือ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม ได้แก่

  1. River ParkCommunity Space ขนาดใหญ่ริมน้ำ เพื่อการใช้สอยทุกวันของชุมชน ต่อยอดจากโลเคชั่นที่ได้เปรียบในเรื่องของทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยา มาสู่การสร้างพื้นที่ Community Space ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่ไม่เคยมีมาก่อน เปิดให้สาธารณชนเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน เป็นการเอื้อประโยชน์กับผู้คนในชุมชนโดยรอบ และผู้คนจากที่ต่างๆ ที่รักและชื่นชอบบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยา
  2. ระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ‘ICONIC Multimedia Water Features’ – จะเป็น Iconic Attraction ระดับโลก ที่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ และประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งของกรุงเทพฯ เทียบชั้นมหานครอื่นๆ ทั่วโลก เช่น London Eye ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ Botanic Garden ที่ Marina Bay Sand ประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น โดยจะช่วยจุดประกายการท่องเที่ยวให้กับทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเป็นปรากฏการณ์
  3. สุขสยาม – เมืองมหัศจรรย์ที่เป็น Co-Creation Space ครั้งแรกในประเทศไทยกับการผนึกกำลังสร้างสรรค์จากชุมชนท้องถิ่น 77 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมสร้าง Platform ธุรกิจ และพื้นที่เชิงวัฒนธรรม โดยสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งของผู้ประกอบการรายย่อยจากชุมชนระดับท้องถิ่นจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ วิสาหกิจท้องถิ่น ศิลปินตัวจริงจากทุกภาค องค์กรภาครัฐ ช่วยกันสร้างเมืองที่นำเสนอสินค้ายอดนิยมและวัฒนธรรมที่เป็นความภาคภูมิใจของทุกจังหวัด เป็น Platform ต่อยอดการพัฒนาสินค้า เรียนรู้กลไกการค้าปลีกและค้าส่ง สู่ต่างประเทศ การตลาดรูปแบบใหม่อย่างครบวงจร ถือเป็น Commercial Ecosystem ที่มีการบริหารจัดการสินค้าโดยมีผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศและผู้ได้รับประโยชน์ในวงกว้าง สร้างงานสร้างรายได้และนำเสนอคุณค่าของสิ่งขึ้นชื่อของประเทศไทยอย่างเข้าถึงใจคน
  4. ทรูไอคอนฮอลล์ – ศูนย์ประชุมนวัตกรรมล้ำยุค ที่จะส่งต่อธุรกิจเป็นวงกว้างให้แก่ผู้ประกอบการทั้งแม่น้ำ และส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE ของประเทศไทย โดยเป็นศูนย์ประชุมมาตรฐานสากลพร้อมนวัตกรรมล้ำยุคแห่งแรกในประเทศไทย ที่สามารถรองรับการจัดงานประชุมระดับชาติ และจัดแสดงโชว์ที่มีชื่อเสียง และงาน MICE ระดับโลกได้ จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้กรุงเทพฯ และประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ สนับสนุนอุตสาหกรรม MICE ของประเทศได้ อีกทั้งยังส่งต่อธุรกิจ กระจายผลประโยชน์ไปถึงกลุ่มธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด โดยจะเปิดในเดือนกรกฎาคม 2562
  5. รถไฟฟ้าสายสีทอง – ส่งเสริมการพัฒนาเมืองที่เชื่อมต่อการคมนาคม รถ-ราง-เรือ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและศักยภาพเศรษฐกิจในวงกว้าง นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เอกชนผู้พัฒนาโครงการใหญ่ สนับสนุนการสร้างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร ซึ่งที่จริงแล้วเป็นวิถีปฏิบัติของการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในหลายประเทศ นอกจากนี้ไอคอนสยามยังสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ถึง 4 ท่าในโครงการเพื่อเชื่อมโยงการสัญจรทาง รถ ราง เรือ เข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ อำนวยความสะดวกให้กับผู้คนจำนวนมาก เพิ่มทางเลือกในการเดินทางซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนที่อาศัยอยู่แนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ดียิ่งขึ้น
  6. พิพิธภัณฑ์ระดับโลก ‘ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อก’Cultural Space in Commercial Project พื้นที่องค์ความรู้ให้สาธารณชนเรียนรู้และเข้าถึงศิลปะระดับโลกจากประเทศต่างๆ ได้ในชีวิตประจำวัน การสร้างพื้นที่พิพิธภัณฑ์มาตรฐานสากลครั้งแรกในเมืองไทยที่สามารถรองรับการจัดแสดงงานศิลปะล้ำค่าจากทั่วโลกที่จะหมุนเวียนมาจัดแสดงได้ จะเป็นพื้นที่ Cultural Space ที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงและเรียนรู้งานศิลปะจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น เป็นพื้นที่เชิงศิลปะวัฒนธรรมที่สร้างคุณค่าให้แก่สังคม โดยจะเปิดในเดือนกรกฎาคม 2562
  7. ปรากฏการณ์รวมโลกในรอยไทยรวมผลงานอันยอดเยี่ยมของศิลปินทุกแขนงกว่า 100 คน ตั้งแต่ศิลปินท้องถิ่นจากทุกภาคของไทย ไปจนถึงศิลปินแห่งชาติ รวมทั้งศิลปินระดับโลกจากหลายประเทศ มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกเพื่อไอคอนสยามโดยเฉพาะ ซึ่งไม่เคยปรากฎที่ไหนมาก่อนใน Commercial Project ในประเทศไทย นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จของวงการศิลปะไทยสู่เวทีโลก อาทิ เสาจิตรกรรมจากสี่ภาคของไทย โดยศิลปินตัวจริงจาก 4 ภาค คุณทรงเดช ทิพย์ทอง คุณมีชัย สุวรรณสาร คุณอนุชา อุ่นช่วง คุณเป็นไท สว่างศรี ออกแบบลวดลายวิจิตรบรรจง แสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะ วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของแต่ละภาค รูปปั้นผีตาโขน โดยคุณจิระ จิระประวัติ ณ อยุธยา ศิลปินและนักออกแบบชื่อดัง สะท้อนเอกลักษณ์ของศิลปะภาคอีสานที่สนุกสนาน สร้างสรรค์ จัดจ้านทางอารมณ์ ประทีปต้นผึ้ง โดยคุณกฤตพงศ์ แจ่มจันทร์ เจ้าของรางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตฯ การประกวดแจกันประดิษฐ์ดอกไม้สด ซึ่งประทีปแสดงถึงความเคารพสูงสุดของชาวล้านนา หนังตะลุง โดยคุณวาที ทรัพย์สิน ทายาทครูหนังตะลุง สุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินแห่งชาติ นำเสนอตัวตะลุงที่มีเอกลักษณ์ดั้งเดิม ในรูปแบบแปลกใหม่ ร่วมกับศิลปินแห่งชาติหลากหลายสาขา อาทิ อาจารย์ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ สาขาย่อยการจิตรกรรม สร้างสรรค์งานจิตรกรรมวิจิตรบรรจงทรงคุณค่าบนโครงสร้างเสาสูง 16 เมตร 4 ต้น อาจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินชั้นครูร่วมสมัยสร้างประติมากรรมใน commercial Space ครั้งแรก เนรมิตเสาแห่งมงคล ขนาดใหญ่ 8 ต้นตระการตาด้วยศิลปะงานพิมพ์และซิลค์สกรีน รวมถึงงานของศิลปินแห่งชาติสาขาดนตรี ซึ่งแต่งเพลงให้ไอคอนสยามโดยเฉพาะ และงานภาพถ่ายจากศิลปินแห่งชาติจำนวนกว่า 400 ภาพ นอกจากนี้ยังมีศิลปินต่างชาติที่มีชื่อเสียงได้มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับศิลปินไทย ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่สามารถรวบรวมงานของทั้งศิลปินไทยและศิลปินต่างชาติทั่วโลกมาไว้ได้มากที่สุด

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามเปิดประตูอภิมหาโครงการเมือง ด้วยความมหัศจรรย์ที่เป็น ‘ที่สุด’ และ ‘ครั้งแรก’ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทยมากมาย โดยเหล่าแบรนด์ดังที่เป็นสุดยอดความหรูหราระดับโลกจำนวนหนึ่งจะตั้งอยู่ในอาคารไอคอนลักซ์ (ICONLUXE) ซึ่งมีพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอาคารอาณาจักรศูนย์การค้าที่ล้ำเลิศแห่งยุค และเป็นสัญลักษณ์แห่งความวิจิตรตระการตาที่จะกลายเป็นปรากฏการณ์ในฐานะศูนย์กลางความหรูหราระดับโลก โดดเด่นทั้งสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก โดยจะเป็นอาคารกระจกโครงสร้างไร้เสาที่ยาวที่สุดในโลก รูปทรงคล้ายกระทงแก้ว สร้างสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรงดงามให้เป็นสัญลักษณ์ใหม่บนแม่น้ำเจ้าพระยา และการรวบรวมสุดยอดแบรนด์ลักชัวรี่ชื่อดังจากทั่วโลกมาเนรมิตร้านแฟลกชิฟสโตร์ในรูปแบบ Global ICONIC Store ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงคอนเซ็ปต์ Icons within Icon ที่ไอคอนสยามได้รังสรรค์ให้ลักชัวรี่แบรนด์มีคฤหาสน์ของตนเองในรูปแบบ Duplex Mansion อยู่ภายในอาคารไอคอนลักซ์อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ และนอกจากนั้น ยังเป็นครั้งแรกของแบรนด์ชื่อดังระดับแนวหน้าของโลก และของไทยกว่า 7,000 แบรนด์ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ นำเสนอสินค้าสุดพิเศษ เฉพาะที่ไอคอนสยามเท่านั้น”

นายสุพจน์ กล่าวว่า “เพื่อให้ไอคอนสยามเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่นำเสนอความแปลกใหม่อย่างมีอัตลักษณ์โดดเด่น เราได้ทำงานลงลึกในรายละเอียดร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้าตั้งแต่สุดยอดแบรนด์ของไทยไปจนถึงลักชัวรี่แบรนด์จากต่างประเทศ ให้แต่ละร้านนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความเป็นมา จนถึงแนวคิดและนวัตกรรมโดยเชื่อมโยงกับการออกแบบร้าน เพื่อให้ไอคอนสยามเป็นโครงการแรกที่ทำ Story Telling ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจได้อย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งหลายแบรนด์ดังระดับโลกให้ความเชื่อมั่นในไอคอนสยาม โดยร่วมกันคิดสร้างสรรค์สิ่งพิเศษที่จะเกิดขึ้นภายในร้านของเขาเฉพาะที่สาขาไอคอนสยามเท่านั้น สร้างเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างมีคุณค่าให้แก่ผู้มาเยือน”

ไฮไลท์แบรนด์และสโตร์ที่เป็นปรากฏการณ์ ‘ที่สุด’ และ ‘ครั้งแรก’ อาทิ สยาม ทาคาชิมายะ โดยทาคาชิมายะห้างสรรพสินค้าระดับตำนานที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากประเทศญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกในประเทศไทยบนพื้นที่ขนาด 36,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 7 ชั้น ครบครันไปด้วยสินค้าที่หลากหลายสำหรับทุกเพศทุกวัย ทั้งหมดกว่า 500 แบรนด์ ในจำนวนนี้ เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นชื่อดังมากถึง 180 แบรนด์ และมีกว่า 80 แบรนด์ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก, Apple Store แห่งแรกในประเทศไทย

ซึ่งจะเป็นจุดศูนย์รวมให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยนความคิด เรียนรู้ และสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ไปด้วยกัน และจะเป็นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับคนในชุมชน ที่สำคัญ Apple ICONISAM ไม่ได้เป็นแค่ร้าน เพราะมีการเตรียมกิจกรรมที่น่าสนใจเอาไว้มากมาย ตั้งแต่โปรแกรมที่จะสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ไปจนถึงเซสชั่นแบบลงมือปฏิบัติจริง, @Cosme ร้านสเปเชียลตี้สโตร์เครื่องสำอางที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกในประเทศไทย บนพื้นที่มากกว่า 300 ตารางเมตร, H&M เปิดสโตร์ในรูปแบบอาคารของตัวเอง Triplex Store 3 ชั้นสุดอลังการเป็นครั้งแรก, Urban Revivo แห่งแรกในประเทศไทย, JD Sports ร้านมิลติแบรนด์สปอร์แฟชั่นชื่อดังระดับโลก สาขาแรกในประเทศไทย, Nike Kicks Lounge แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นที่มากว่า 210 ตารางเมตร นำเสนอสินค้าที่แตกต่างจาก Nike Store อื่นๆ, Adidas Original Store ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย, ICONACTIVE พื้นที่สำหรับที่สุดของไลฟ์สไตล์ที่เป็นมากกว่าสปอร์ตแฟชั่น ครั้งแรกในประเทศไทย พื้นที่กว่า 1,350 ตารางเมตรนำเสนอเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย แอคเซสเซอรี่ แบรนด์ดังจากทั่วโลกกว่า 40 แบรนด์, และ Jumbo Seafood ร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดังจากสิงคโปร์ สาขาแรกในประเทศไทย

 

ไอคอนคราฟต์ พื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ที่เนรมิตขึ้นเป็นพิเศษในไอคอนสยาม เพื่อนำเสนอคุณค่าความเป็นไทยสู่ทุกสายตาทั่วโลก ด้วยการรวบรวมงาน นวัตศิลป์และงานคราฟต์แบบร่วมสมัยหลากหลายประเภทของคนไทยมาไว้ในที่เดียว เปิดโอกาสให้ช่างฝีมือไทยได้ต่อยอดความสามารถ เพิ่มคุณค่าในผลงาน ตลอดจนเพิ่มโอกาสและเพิ่มพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายผลงานของตนในโครงการที่จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

นอกจากนั้น ยังมีอาณาจักรยนตรกรรมระดับพรีเมียมลักชัวรี่ ที่รวบรวมสุดยอดยานยนต์เทคโนโลยีล้ำสมัย และประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เหนือระดับจากหลากหลายค่ายดัง ไม่ว่าจะเป็น Rolls-Royce,     Maserati, Mini และ BMW Motorrad, Porsche, และ Toyota โดยเฉพาะ , BMW ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการชมรถยนต์ครั้งแรกในเอเชีย  ด้วยเทคโนโลยี VR หรือเวอร์ชวลเรียลลิตี้ แสดงภาพรถเสมือนจริงผ่านแว่นแบบพิเศษ ให้คุณสามารถเดินชมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้รอบคัน เปลี่ยนสีตัวถัง กำหนดออปชั่น เปิดประตูเข้าไปดูในห้องโดยสาร ทดลองใช้ฟีเจอร์ต่างๆ หรือเปลี่ยนฉากเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็สามารถทำได้

“มหาปรากฏการณ์งานเปิดเมืองไอคอนสยาม’ วันที่ 9-11 พฤศจิกายนนี้ เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการรวมพลังหัวใจไทยสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่บนแม่น้ำเจ้าพระยาให้สะกดทุกสายตาโลก โดยจะมีการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ และกิจกรรม การแสดงระดับประเทศและระดับโลกเกิดขึ้นมากมายครอบคลุมทุกพื้นที่ของไอคอนสยาม และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ นอกจากกิจกรรมการแสดงครั้งประวัติศาสตร์มากมายแล้ว ไอคอนสยามยังมอบโปรโมชั่นแบบจัดเต็ม โดยตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.2561 – 20 ม.ค.2562 ทุกการช้อปจะได้รับของรางวัลมากมาย รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท อาทิ ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป รับเคสโทรศัพท์มือถือลายพิเศษ, ช้อปครบ 20,000 บาท รับ Siam Gift Card มูลค่า 500 บาท ไปจนถึงช้อปครบ 1,000,000 บาท รับ Siam Gift Card มูลค่า 50,000 บาท และพิเศษสำหรับวันที่ 10 พ.ย.2561     ช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป รับ Siam Gift Card มูลค่าสูงสุด 10,000 บาททันที และหากชำระผ่านบัตรเครดิตวันสยาม-กสิกรไทย ด้วย จะได้รับ เครดิตเงินคืน สูงสุด 10,000 บาทเพิ่มอีก รวมรับคืนสูงสุด 20,000 บาท นอกจากนั้นยังมีโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมายร่วมกับบัตรเครดิตและพาร์ทเนอร์ต่างๆ ได้แก่ บัตรเครดิตวันสยาม-กสิกรไทย บัตรเครดิตกสิกรไทย บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ บัตรเครดิตซิตี้ บัตรเครดิตธนาคารออมสิน บัตรเครดิตกรุงศรี ทรูยู และทรูมันนี่ ” นายสุพจน์ กล่าว

นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยสุดหรู 2 อาคาร ภายในโครงการไอคอนสยาม กล่าวว่า แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์เป็นคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยคุณภาพเหนือระดับที่หรูหราที่สุดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สูง 70 ชั้น จำนวน 379 ยูนิต ขณะนี้เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วกว่า 90% และ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่แบรนด์ ‘แมนดาริน โอเรียนเต็ล’ แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแห่งที่ 14 ของโลกความสูง 52 ชั้น จำนวน 146 ยูนิต ขณะนี้เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วกว่า 85% โดยทั้ง 2 โครงการได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ในฐานะโครงการที่พักอาศัยที่มีมาตรฐานเทียบชั้นโครงการที่พักอาศัยที่ดีที่สุดในต่างประเทศ เทียบเท่าที่พักอาศัยในมหานครชั้นนำอย่างนิวยอร์ค ลอนดอน โตเกียว และเซี่ยงไฮ้ พร้อมสร้างสถิติใหม่เป็นโครงการที่พักอาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีราคาสูงที่สุดคุ้มค่ากับการลงทุนและอยู่อาศัย โดยมีราคาเริ่มต้น 85 ล้านบาท สำหรับคอนโด 2 ห้องนอน และห้องเพนท์เฮ้าส์ โดยห้องชุดที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ใช้สอยรวม 707 ตารางเมตร ซึ่งมีราคาราวๆ 460 ล้านบาท”