SC เปิดปี 2567 ปลื้มยอดขายหุ้นกู้เกินเป้า ผู้ลงทุนให้การตอบรับดี ตอกย้ำความแข็งแกร่งของบริษัท

SC เปิดปี 2567 ปลื้มยอดขายหุ้นกู้เกินเป้า ผู้ลงทุนให้การตอบรับดี ตอกย้ำความแข็งแกร่งของบริษัท
 

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC “ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและส่งมอบ Living Solutions เพื่อทุกเช้าที่ดี” ขอขอบคุณผู้ลงทุนทุกรายที่ให้ความสนใจจองซื้อหุ้นกู้เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 2,500 ล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของตลาดตราสารหนี้ไทยที่มีเข้ามาตั้งแต่ปลายปี 2566 ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย

นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสนับสนุนองค์กร เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นกู้จำนวน 2 รุ่น คือ รุ่นอายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.06% และ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.43% โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ผ่านธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต  และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร ระหว่างวันที่ 16-18 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา หุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB+” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 โดยหุ้นกู้ที่ออกครั้งนี้ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ลงทุนสถาบันเป็นอย่างดี มีผู้ลงทุนสถาบันประสงค์ลงทุนในหุ้นกู้มากกว่า 1.5 เท่าจากยอดที่มีการจัดสรรไว้ เมื่อรวมกับความต้องการจากผู้ลงทุนรายใหญ่ที่เข้ามามาก ทำให้มีความต้องการลงทุนรวมเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 2,500 ล้านบาท ซึ่งจากการตอบรับที่ดีมากๆ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นกู้ภาคเอกชน แสดงให้เห็นถึงสถานะที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ ในตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงระดับบน ตลอดจนรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง 

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า “บริษัทฯ ต้องขอขอบคุณผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนทุกรายที่ให้ความไว้วางใจลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทในครั้งนี้ และสถาบันการเงินที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร ที่มีส่วนสำคัญให้การเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยทางบริษัทวางแผนจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ คือ เพื่อนำไปใช้คืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด และเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ ต่อไป”