หุ้นเทคโนโลยีสัญชาติจีนผงาด จับตาว่าที่ไอพีโอ ‘Ant Group’ ดึงเงินลงทุนไหลเข้าจีน

หุ้นเทคโนโลยีสัญชาติจีนผงาด
จับตาว่าที่ไอพีโอ
‘Ant Group’ ดึงเงินลงทุนไหลเข้าจีน

นักลงทุนรุ่นใหม่ มองหุ้นเทคโนโลยีสัญชาติจีน มีความน่าสนใจ จับตาการขายไอพีโอของ
Ant Group มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทุบสถิติสูงสุด ขณะที่สภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ถดถอย และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังยืดเยื้อ ช่วยเพิ่มเสน่ห์หุ้นเทคโนโลยีสัญชาติจีน    

นายณพวีร์ พุกกะมาน นักลงทุน ผู้ก่อตั้ง Creative Investment Space (CIS) สถาบันให้ความรู้ด้านนวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ เปิดเผยว่า เป็นที่น่าจับจ้องของนักลงทุนทั่วโลกสำหรับการเข้าระดุมทุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสัญชาติจีน Ant Group หรือชื่อเดิม Ant Financial บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัล Alipay กำลังจะสร้างสถิติใหม่ด้วยมูลค่าไอพีโอ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และฮ่องกง ซึ่งก่อนหน้านั้น หุ้นเทคโนโลยีของจีน Alibaba ของ Jack Ma เคยสร้างสถิติบริษัทที่มีมูลค่าไอพีโอสูงสุดของโลกมาแล้วก่อนที่จะถูก Saudi Aramco บริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดิอาระเบียที่เข้าระดมทุนมูลค่า 29,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้าไป

ทั้งนี้มองว่าการเข้าตลาดหุ้นของ Ant Group อาจเป็นตัวจุดชนวนสำคัญให้บริษัททางด้านเทคโนโลยีของจีน อยู่ในความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกมากขึ้น เพราะปัจจุบันต่างมีความกังวลว่าตลาด NASDAQ ปรับตัวขึ้นใกล้จุดสูงสุดและเสี่ยงต่อภาวะฟองสบู่เหมือนกับในปี 1998 ขณะที่ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ กำลังปรับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่ ยิ่งทำให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของจีนถูกจับตาในฐานะสินทรัพย์ที่น่าลงทุนยิ่งขึ้น ประกอบกับความตึงเครียดในทุกมิติระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน กำลังกดดันให้บริษัทเทคโนโลยีของจีนที่จดทะเบียนอยู่ในสหรัฐฯ อาจย้ายกลับมายังประเทศจีน ซึ่งในอนาคตตลาดหุ้นจีนอาจจะเป็นเป้าหมายสำคัญของนักลงทุนทั่วโลกแทนที่ตลาด NASDAQ

นอกจากนี้จีนยังได้จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่ขึ้นมาในชื่อว่า “STAR MARKET” หรือหุ้นวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ซึ่งเริ่มเปิดการซื้อขายวันแรกตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2019 ประเด็นที่น่าสนใจ คือบริษัทเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาจดทะเบียนมีความแตกต่างทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม, เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่, ชีวภาพและยา รวมถึงบิ๊กดาต้าและปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโอกาสเติบโตในยุคหลังโควิด-19 ทั้งสิ้น ขณะที่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีในซิลิค่อนวัลเล่ย์ จะมีความหลากหลายน้อยกว่า โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ให้บริการแก่ลูกค้า (Consumer)

“หากจีนสามารถแก้ไขประเด็นเรื่องของความโปร่งใสในการบริหารจัดการ และความเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน รวมถึงมีการส่งเสริมบริษัทเทคโนโลยีเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นที่เปิดรับนักลงทุนต่างชาติได้อย่างเสรี เชื่อว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของจีน จะได้รับการยอมรับในตลาดโลกมากขึ้นและแทนที่สหรัฐฯ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยยาวนาน และการแพร่ระบาดของ
โควิด-19 ยืดเยื้อ จะกดดันบริษัทด้านเทคโนโลยีรายใหม่ๆ ยกเว้น Google, Facebook, Amazon อาจประสบปัญหาในการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาแข่งขันกับบริษัทสัญชาติจีน ที่มีความพร้อมมากกว่าทั้งแหล่งเงินทุน และนโยบายส่งเสริมจากภาครัฐ” นายณพวีร์ กล่าว

นายปุณยวีร์ จันทรขจร นักลงทุนคนรุ่นใหม่ และวิทยากรด้านการลงทุนที่ลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งหุ้น ค่าเงิน และสินค้าทางการเงินมากมาย กล่าวเสริมว่า หากในเดือนตุลาคมนี้ ไอพีโอของ Ant Group สามารถซื้อขายที่ระดับ 30,000-35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้จริงจะพลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการไอพีโอที่มีมูลค่าสูงที่สุด ซึ่งหุ้นไอพีโอของ Ant Group น่าสนใจมาก เนื่องจากรายได้และการใช้จ่ายต่อหัวของประชากรจีนเติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ พร้อมๆ กับการเติบโตในด้านการใช้งานของผู้ใช้อินเตอร์เนท

ทั้งนี้ Ant Group เป็นหนึ่งในธุรกิจภายใต้อาณาจักร Alibaba ของ Jack Ma โดย Alibaba ถือหุ้นใน  Ant Group 33 % ส่วนธุรกิจของ Ant Group วางตัวเป็นเหมือน Financial Super Market แบ่งพอร์ทธุรกิจเป็นสามสายหลัก คือ Investment Tech, Credit Tech, Insurance Tech โดยมีตั้งแต่บริการชำระค่าสินค้าและบริการ จนไปถึงการกู้ยืมเงินแบบ P2P Lending ผ่าน Credit Score และมีพาร์ทเนอร์เป็นสถาบันการเงินกว่าสองพันแห่ง ขณะที่ยอดผู้ใช้บริการระบบชำระเงินดิจิทัล Alipay ก็เติบโตต่อเนื่องทุกปี ล่าสุด มีผู้ใช้หลักพันล้านคนต่อปี และมีผู้ใช้บริการประจำ (Active Users) สูงถึง 710 ล้านคนต่อเดือน

“รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง ประเมินมูลค่ากิจการของ Ant Group หลังเข้าตลาดหุ้น สูงถึง 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในอนาคตอาจจะมีมูลค่าตลาดใหญ่กว่าสถาบันการเงิน 3 อันดับแรกของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น JP Morgan (JPM), Bank of America (BAC) หรือแม้แต่ Wells Fargo (WFC) ซึ่งเชื่อว่า ไอพีโอของ Ant Group จะเป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดกระแสการลงทุนใหม่ๆ หลายด้านให้ติดตามกันในเดือนตุลาคมนี้” นายปุณยวีร์ กล่าว